2009/Sep/19

อันนี้ช่วยอ่านให้มันเป็นกลอนนะ =w=

 

        ยิ่งอยู่ใกล้เหมือนยิ่งไกลห่างจากเจ้า                 
ได้แต่เฝ้าคิดคำนึงหวนนึกหา
อยากให้เจ้ามาอยู่เคียงข้างกายา                           
 
อนิจจาได้แค่ฝันไม่เป็นจริง
       

       
เราคือเพื่อนสนิทกันใครก็รู้  
                         
แต่อยู่อยู่ใจมันเปลี่ยนผิดอย่างยิ่ง
ใจมันยังคิดถึงเธอไม่หยุดนิ่ง                               
 
รักจริงจริงหรือไม่ใช่ใครบอกที
    
   
       
แค่ได้เป็นที่ปรึกษาก็พอใจ                           
อยากให้เธอลองหันกลับมาบ้าง
มองใครคนหนึ่งเฝ้ารออยู่นาน                             
แต่ไม่อาจหาญบอกความในใจคิด       

        เพียงแค่พลั้งเผลอใจอย่าคิดโกรธ                 
อย่าถือโทษขุ่นเคืองกันเลยหนา
ขอแค่ได้เฝ้ามองเธอตลอดมา
                              
แค่เยียวยาหัวใจอันมัวหมอง

 

        เธอรักใครเราก็รู้อยู่เต็มอก                            
ไม่อยากปกปิดความคิดหรอกหนา
แค่ไม่อยากให้เธอเสียเวลา                                    
อันมีค่ากับคนไร้ความหมายเอย
        

        ได้เห็นหน้าเธอประจำอยู่ทุกวัน                    
ไม่อาจอั้นความรู้สึกจากหัวใจ
ไม่อยากไขว่คว้าเธอมาอยู่ใกล้                             
เพื่อนนั้นไซร้คำปวดใจตอนนี้เอย

 

 

===========================================================

 

 

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าแต่งออกมาได้ไง =[]=!! วันนี้รู้สึกไม่ค่อยดี น้องคนนึงบอกว่า "ลองแต่งกลอนดูสิคะ" ก็เลยลองแต่ง..ได้เนื้อความออกมาแบบนี้ หมายความว่าไงเนี่ย...ตอนนี้กำลังรู้สึกแบบนี้อยู่จริงๆอะเหรอ (งงตัวเอง เหอๆ)

โคริวเองก็ไม่เข้าใจ ทั้งที่คิดว่าชีวิตนี้ คงไม่มีเรื่องแบบนี้มาให้รกสมอง หรือว่า คงไม่ประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ทำไม..มันถึงได้พบ ได้เจอ ล่ะหว่า...จริงๆแล้วคิดมาตั้งแต่เด็กๆเลยล่ะว่า "โสดแน่ตรู ชีวิตนี้" แต่ที่ผ่านๆมา ไม่ได้มีแค่เรื่องของคนๆนี้แค่คนเดียว....แต่มันหลายคนผ่านมาแล้ว...ทั้งแบบที่ลึกซึ้งที่มันสิ้นสุดไปนานแล้ว.. แล้วก็แบบที่ผิวเผินแล้วก็จากไป

พยายามคิดนะ ว่า คนนี้คงเป็นคนสุดท้าย คิดแบบนี้ตลอดแต่มันก็ยังมีเข้ามาเรื่อยๆ ไม่เว้นเลยด้วยล่ะมั๊ง ได้แค่เก็บอยู่ฝ่ายเดียว แล้วก็ทำเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ถึงตอนนี้ ตัวเอง ก็ยังไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...เคยคิดเหมือนกันนะ ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องแบบนี้ แล้วก็ยังคิดอีกว่า จะตัดใจ ทั้งที่คิดแบบนี้ แต่ก็ไม่เคยทำได้เลย

 

 

พอจะออกห่าง ก็เหมือนโดนตามกลับเข้าไป ด้วยเหตุผลอะไรซักอย่างที่อีกฝ่ายอ้างมา "หายไปเลย" "ไม่เห็นโทรมาหาบ้างเลย" "งานเยอะเหรอ" "เงียบไปเลย" และอื่นๆอีกมากมายทำนองแบบนี้ ทั้งที่ตั้งใจจะถอยห่างโดยใช้ช่วงเวลาที่ไม่ได้พบเจอหน้ากันเป็นตัวช่วยให้ลืม ให้ตัดง่ายขึ้น แต่ก็อย่างที่ว่า เหมือนโดนตามกลับไปตลอด

แต่พอเดินกลับเข้าไปหา ก็เหมือนกับว่า กำลังโดนหลอกใช้ กำลังโดนโกหกหลอกลวงไปวันๆ  แล้วพอคิดจะหันหลังกลับอีก....มันก็เป็นแบบเดิม   มีคนบอกว่า ใจเราไม่แข็งพอ ก็เลยเป็นแบบนี้อยู่ตลอด   ก็คงจะใช่ละนะ ยังไงซะถ้าใจแข็งจริงก็คงจะไม่มานั่งสับสนอยู่แบบนี้หรอก

แต่พอนานเข้า ตัวเองก็เริ่มรู้สึกแปลกๆเอง  เพราะเมื่อมีบุคคลที่ 3 ที่รับรู้เรื่องราวทั้งหมด ย่างก้าวเข้ามา ... ด้วยความเป็นเพื่อนที่มีให้กันตั้งแต่ตอนแรก แต่ว่า...ยิ่งนานวัน คนที่เปลี่ยนไปกลับไม่ใช่ตัวเรา แต่กลายเป็น บุคคลที่ 3 คนนั้น

 

 

เราพยายามคิดว่า สิ่งที่เรารับรู้ และเข้าใจนั่น สิ่งที่ถูกต้องที่สุด คือ เราเป็นเพื่อนกัน  ในสมองเหมือนมีเทวดากับซาตานกำลังเถียงกันอยู่  ทั้งที่การกระทำบางอย่างมันทำให้คิดได้ว่า "เราไม่ใช่เพื่อนกัน" แต่ในใจกลับพยายามคิดว่า การกระทำบางอย่างนั่นคือ "เราคือเพื่อนกัน" ไม่รู้ว่าถูก หรือ ผิด ที่คิดแบบนั้น ... แต่การเข้าข้างตัวเองมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี ล่ะมั๊ง

 

 

จากเพื่อนที่แค่อยู่กลุ่มเดียวกัน พอเรามีปัญหาเกิดขึ้นกับบุคคลที่ 2 คนที่กล้าเข้ามาถามเราคนแรกก็คือ บุคคลที่ 3 คนนั้น เวลาที่เรารู้สึกแย่ บุคคลที่ 3 ก็จะเป็นคนที่รู้เรื่องหมดทุกอย่าง เราถึงคิดได้ว่า "นี่ล่ะเพื่อนสนิทของเรา"  จนเวลาผ่านไป 1 ปีไวเหมือนโกหก ช่วงเวลาที่เราต้องเข้าเรียนกันแค่ 2 คนก็มาถึง...

 

 

จากที่เคยเข้าเรียนซัมเมอร์ที่มหาลัยกัน 4 คน .. แต่หลังจากสอบกลางภาคเสร็จ กลับเหลือเพียงแค่เราสองคน ที่ยังเรียนอยู่... และจากเพื่อนที่ไม่เคยไปไหนด้วยกัน เพราะปกติเราชวนแล้วไม่เคยไปกับเราเลย ถึงตอนนี้ ชวนไปไหน ก็ไปหมดทุกที่ และนั่น เราก็คิดว่า "ก็เพื่อนไปเป็นเพื่อนกัน ไม่เห็นมีอะไร" จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงทุกวันนี้ ชวนไปไหนก็ยังไปด้วยตลอด ทั้งไปแค่ 2 หรือ 4 คน ทั้งที่เราเองก็เกรงใจอยู่เหมือนกัน ว่าบุคคลที่ 3 อาจจะไม่อยากไป แต่เราไปบังคับเค้ารึเปล่า แต่ก็กลับได้คำตอบกลับมาแบบที่ เราก็คิดว่านั่นคือ "เพื่อนกันไปเป็นเพื่อนกัน ไม่เห็นเป็นอะไร"

 

 

เราคิดแบบนี้อยู่ตลอด แต่เราก็ไม่อาจจะไปล่วงรู้ความรู้สึกของคนอื่นได้ ถ้าเขาไม่บอกออกมาจากปาก หรือแสดงท่าทางอะไรให้อีกฝ่ายรับรู้แน่ชัด...แต่ถึงยังไง...เราก็คงจะคิดว่า "เราเป็นเพื่อนกัน" ไปตลอดนั่นล่ะ   ถึงแม้ว่าตอนนี้เราเองจะสับสนมากแค่ไหนก็ตาม....

 

 

อัพยาวไปมั๊ยเนี่ย...ไม่ได้อัพนาน พล่ามซะ ฮ่ะฮ่ะ...ใครมี TAG มาให้เล่นมั่งจิ...เหงาจังน้า...

 

edit @ 19 Sep 2009 21:46:33 by ~~ RoUririN KoryU ~~

Comment

Comment:

Tweet


กำลังพยายามอ่านให้เป็นกลอนค่ะ 555+

ถึงจะแต่งมาได้ไม่เพราะเท่าไหร่ แต่สื่อได้ถึงความรู้สึกในใจเต็มๆเลยนะคะ ^^
#2 by K@N@ (114.128.119.42) At 2009-09-21 19:37,
...แท๊คเหรอฮะ ไปคุ้ยๆเอาที่บลอคหมิงๆมีเพียบเลยฮะopen-mounthed smile


Hasane Hakkoryu
View full profile